
เมล็ดแก้วมังกรหากนำไปเพาะแล้วปลูกต้นช่วงแรกจะโตเร็วมากไม่ถึง 2 สัปดาห์สามารถงอกและย้ายลงแปลงปลูกได้เลย
การย้ายต้นกล้าแก้วมังกร หากสังเกตุว่าต้นไหนย้ายได้แล้วก็ให้ดูว่าต้นอ่อนมียอดหนามแล้วหรือยัง ถ้ามีแล้วก็สามารถย้ายลงแปลงหรือลงในกระถางได้เลย แต่กว่าจะให้ผลผลิตต้องรอไปอีก 2 ปี เผลอๆ ต้นที่โตมาด้วยการเพาะเมล็ด จะมีโอกาสกลายพันธุ์สูง เรียกว่ามีไม่ถึง 1% จะเหมือนกับต้นแม่ โดยวัดจากความหวานจากผล
ส่วนใหญ่แล้วเปรี้ยว ขม หรือในฝ่อ กินไม่ได้หรือผลเล็ก กว่าจะให้ผลผลิตที่โตได้คุณภาพก็อาจผ่านไปเป็น 10 ปี ไม่ต่างไปจากตะบองเพชรที่ขึ้นอยู่ทั่วไปตามพื้นที่แห้งแล้ง มีผล มีลูก แต่ไม่อร่อย และผลเล็ก เกษตรกรส่วนใหญ่จะไม่นิยมปลูกแก้วมังกร ด้วยการเพาะเมล็ด
เพราะเหตุผลที่โตช้าแล้ว ยังใช้เวลานานกว่าจะให้ผลผลิต แต่หากใครจะลองทำดูก็ได้ไม่ว่าอะไร เรียกว่า ทำเอาความสนุก แต่ได้ประสิทธิภาพจริงคงหวังได้ยาก

การขยายพันธุ์แก้วมังกร ที่ได้ผลดีที่สุด
การขยายพันธุ์ที่ทำให้ได้ผลผลิตเร็วที่สุด คือ การปักชำ และการเสียบยอดจากต้นพันธุ์เลว เพื่อเปลี่ยนเป็นต้นพันธุ์ดี เพราะต้นแก้วมังกร ขึ้นได้ทุกสภาพดิน หากไม่เหลือบ่ากว่าแรง ดินไม่เปรี้ยว ไม่เค็มจัด ก็สามารถขึ้นได้ พอ ๆ กับต้นไทร ไกร่ หรือต้นกร่างในบางครั้งเราจะเห็นต้นแก้วมังกร ไม่มีรากติดอยู่กับดิน แต่เติบโตได้สูง ก็มีบ่อยแต่ส่วนใหญ่การเติบโตในลักษณะนี้ ต้นแก้วมังกรจะมีผลผลิตค่อนข้างยาก ถึงมีก็ผลเล็ก
แก้วมังกร มีสรรพคุณอะไร
สำหรับประโยชน์และสรรพคุณในทางยานั้น อาจมีมากมายหลักๆ คือผลในด้านความสวยงาม เช่น ช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่ง สดใส ชุ่มชื่น และเรื่องจากมีแคลลอรีต่ำ คนหัวใสจึงนำไปเป็นตัวช่วยในเรื่องการลดความอ้วน แต่ความหวานยังเท่าเดิม รับประทานมากๆ ก็ไม่ดีเท่าไหร่
พอเอ่ยถึงผลไม้ที่บำรุงร่างกาย และลดความอ้วน ก็มักจะใส่สรรพคุณในเรื่องของ การต้านอนุมูลอิสระ ชะลอวัย ความแก่ชรา และริ้วรอยต่างๆ เอาจริงจริงๆ ผลไม้ส่วนใหญ่ ก็มีสรรพคุณนี้กันทั้งนั้น มากบ้างน้อยบ้าง แต่อย่ามาหวังกับแก้วมังกรเลยดีกว่า เพราะถ้าเทียบกับแตงกว่า อย่างหลังนี่น่าจะมีคุณค่ากว่า

ส่วนสรรพคุณด้านอื่น ก็จะอยู่ในเรื่องของการช่วยดับร้อน ดับกระหาย เสริมสร้างภูมิต้านทานให้แข็งแรง ช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจ ชะลอการอุดตันของหลอดเลือดหัวใจ ช่วยเรื่องโรคความดันโลหิต ดูดซับสารพิษต่างๆ ได้และยังช่วยบำรุงกระดูก ฟันให้แข็งแรง
แม้จะไม่ใช่พืชสมุนไพร และมีสรรพคุณมากมาย เทียบเท่าผลไม้ชนิดอื่น แต่ก็ไม่ถือว่าแพ้ทาง อีกอย่าง ต้นแก้วมังกรนั้น สามารถแตกกิ่งก้านไปได้ไม่จำกัด ใน 1 ต้นสามารถให้ผลผลิตได้ถึง 100 ผล อีกทั้งการดูแลก็ง่าย เติบโตได้ดีในทุกสภาพดิน ชอบแสง แต่ไม่ทนน้ำท่วม หากต้องการปลูกแนะนำให้เลือกที่ดอน เป็นพื้นที่โล่ง แดดจัด จะให้ผลผลิตดีที่สุด
โดยเฉพาะต้นแก้วมังกร สายพันธุ์ที่เป็นเปลือกแดงเนื้อแดง จะให้รสชาติดที่หวานอร่อย กว่าสายพันธุ์ชนิดอื่น