ในงานก้าวสู่ทศวรรษที่ 3 กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ ในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2567 จัดขึ้นที่เมืองทองธานี Hall 6 มีการจัดแสดงสินค้าของดีแต่ละหมู่บ้านและจัดนิทรรศการโครงการต่างๆ ของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ ซึ่งมี “โครงการข้าวรักโลก BCG Model” ที่เป็นโครงการส่งเสริมสนับสนุนชาวนานักรักษ์และนักพัฒนาให้ลุกขึ้นมาปฏิวัติการทำนาสู่ความยั่งยืน ภายใต้เศรษฐกิจ BCG Model ที่ส่งเสริมตั้งแต่ต้นน้ำ เอาตลาดนำการผลิต ส่งเสริมเมล็ดพันธุ์ชั้นขยาย และจุลินทรีย์เพื่อการเกษตร B = Bio Economy กลางน้ำ ส่งเสริมให้เกษตรกรไถ่กลบตอซังข้าวแล้วฉีดพ่นด้วยจุลินทรีย์เพื่อการเกษตร เพื่อย่อยสลายกลายเป็นปุ๋ยธรรมชาติ C = Circular Economy และให้ฉีดพ่นด้วยจุลินทรีย์ต่อไปทุก 15 วันจนเก็บเกี่ยวโดยเลิกใช้ปุ๋ยเคมีสารเคมียาฆ่าแมลงยาฆ่าหญ้า ผลผลิตข้าวจึงปลอดภัย ปลอดสารพิษ ดีต่อสุขภาพ และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม G = Green Economy อีกทั้งยังมีการส่งเสริมโดรนเพื่อการเกษตร เครื่องกำเนิดไฟฟ้าพลังงานทางเลือกแบบหมุนเวียน ESSS ที่เพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูกและลดค่าใช้จ่าย ปลายน้ำ ภาคีโรงสีกลับมารับซื้อข้าวที่ดีมีคุณภาพในราคาที่สูงเพิ่มขึ้น
ผลลัพธ์เชิงประจักษ์ ลดค่าใช้จ่ายในการเพาะปลูกได้ 2,000 บาท / ไร่ เกษตรกรไม่ต้องสัมผัสสารเคมี ต้นข้าวมีความแข็งแรง ออกรวงมากขึ้น ไม่มีหญ้าขึ้น ผลผลิตเพิ่มขึ้น ขายได้ราคา เกษตรกรมีรายได้เพิ่มมากขึ้น เกิดการแบ่งปันกันในสังคม รักษาสิ่งแวดล้อม ทำให้คุณภาพชีวิตของเกษตรกรดีเพิ่มขึ้นอย่างยั่งยืน
และในวันนี้ เกษตรกรชาวนาตัวจริงเสียงจริง ที่เข้ารวมในโครงการข้าวรักษ์โลก BCG Model ระยะที่ 1 ประกอบด้วย นางปัญหยี่นาเมือง ชาวนาจังหวัดร้อยเอ็ด นางนงลักษณ์ สุขชาติ ชาวนาจังหวัดศรีษะเกษ และ นายพีระวิทย์ กันคล้อย ชาวนาจังหวัดเชียงราย ได้เข้ารวมในงาน ก้าวสู่ทศวรรษที่ 3 กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ เพื่อต้องการขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ท่านได้ทำการส่งเสริมสนับสนุน “โครงการข้าวรักษ์โลก BCG Model” ให้กับชาวนาและเกษตรกร และขอให้ท่านช่วยกรุณาส่งเสริมผลักดันโครงการดีๆ อย่างนี้ต่อไปเพราะเชื่อว่าชาวนานักรักษ์และนักพัฒนาจะลุกขึ้นมาปฏิวัติการทำนาสู่ความยั่งยืนตามแนวทางของท่านนายกรัฐมนตรีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เพื่อให้เศรษฐกิจฐานรากเติบโตเพิ่มมากขึ้น ประชาชนอยู่ดีกินดีมีสุขภาพที่ดีมีความสุขรวมกันตลอดไป